ผู้สนับสนุน

  คณะกรรมการกลางอิสลาม
  ศสพท.
  กรมศาสนา
  สสม.
  สภายุวมุสลิมโลก
  ศูนย์กลางอิสลาม
  มูลนิธิสันติชน
  กระทรวงพาณิชย์
  กระทรวงการต่างประเทศ
  สถาบันอาหาร
  สสว.
  กระทรวงอุตสาหกรรม
  มกอช.
  กรมปศุสัตว
  สคช.
  กระทรวงการท่องเที่ยว
  สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว
  ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
  สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
  ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล
หลักเกณ์ต่างๆ

หมวดที่  14
การจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชย

     ข้อ 39  เมื่อสิ้นปีทางบัญชีหนึ่งๆสหกรณ์อาจจัดสรรกำไรเป็นเงินโบนัสแก่พนักงานและลูกจ้างได้ตามข้อบังคับของสหกรณ์ ให้คณะกรรมการดำเนินการ กำหนดจำนวนเงินโบนัสที่จะจ่ายให้แก่พนักงานและลูกจ้างของสหกรณ์ ตามส่วนแห่งอัตราเงินเดือนของแต่ละคน อย่างสูงไม่เกินสามเท่าของเงินเดือนซึ่งได้รับในเดือนสุดท้ายของปีบัญชีนั้นๆ      พนักงานหรือลูกจ้างของสหกรณ์ผู้ใดมีเวลาทำงานไม่เต็มปีทางบัญชี ให้ได้รับเงินโบนัสลดลงตามส่วนแห่งเวลาการทำงานในปีนั้นๆ
    ข้อ 40  คณะกรรมการดำเนินการอาจไม่จ่ายเงินโบนัส ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่พนักงานและลูกจ้างของสหกรณ์คนใดก็ได้ หากปรากฎว่าพนักงานและลูกจ้างของสหกรณ์นั้นปฎิบัติหน้าที่ผิดพลาดหรือบกพร่องอยู่เป็นประจำ ไม่อุทิศเวลาให้แก่งานสหกรณ์ ลาหยุดในระหว่างปีทางบัญชีเกินสมควรทั้งไม่พยายามขวนขวายแก้ไขข้อผิดพลาด หรือข้อบกพร่องของตนตามที่คณะกรรมการดำเนินการได้ให้ความเห็นแนะนำเช่นว่านั้น
    ข้อ 41  พนักงานหรือลูกจ้างของสหกรณ์ที่ออกจากสหกรณ์ เพราะสหกรณ์เลิกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากสหกรณ์ ดังนี้
(1)    พนักงานหรือลูกจ้างของสหกรณ์ ซึ่งทำงานติดต่อครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่ไม่ครบหนึ่งปี  โดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่สหกรณ์สั่งให้หยุดงาน เพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค้าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน
(2)    พนักงานหรือลูกจ้างสหกรณ์ ซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปีโดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่สหกรณ์สั่งให้หยุดงาน เพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน
(3) พนักงานหรือลูกจ้างสหกรณ์ ซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปีขึ้นไป โดยรวมวันหยุด วันลา และวันที่สหกรณ์สั่งให้หยุดงาน เพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
     การเลิกจ้าง หมายความว่า การที่สหกรณ์ให้พนักงานหรือลูกจ้างออกจากงานโดยไม่ได้กระทำความผิดตามข้อ 44
     อนึ่ง สหกรณ์ไม่ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้พนักงานหรือลูกจ้างสหกรณ์ที่มีกำหนดระยะเวลาจ้างไว้ไม่แน่นอน และเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น หรือพนักงานหรือลูกจ้างของสหกรณ์แจ้งให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลานั้นไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันและยังอยู่ในระยะเวลานั้น
     ข้อ 42  พนักงานหรือลูกจ้างของสหกรณ์คนใดคนหนึ่งทำงานในสหกรณ์นี้ด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาติดต่อกันมาไม่น้อยกว่าห้าปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเมื่ออกจากตำแหน่งเว้นแต่การออกเพราะถูกลงโทษไล่ออกหรือเลิกจ้างและมีสิทธิได้รับเงินชดเชยแล้วตามข้อ 41
     การคำนวณเงินบำเหน็จ ให้เอาเงินเดือนเดือนสุดท้ายตั้งคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานในสหกรณ์เศษของปีถ้าถึง 180 วันให้นับเป็นหนึ่งปี ถ้าต่ำกว่าให้ปัดทิ้ง
จำนวนปีที่ทำงาน หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่บรรจุพนักงานหรือลูกจ้างของสหกรณ์เข้าทำงานในสหกรณ์จนถึงวันที่ออกจากงาน หักด้วยวันลาของผู้นั้น
     ในกรณีที่เมื่อมีคำนวณเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้แล้วมีจำนวนมากกว่าเงินชดเชยที่พนักงานหรือลูกจ้างพึงได้รับตามข้อ 41 ให้สหกรณ์จ่ายเงินบำเหน็จเพิ่มได้เฉพาะส่วนที่เกินกว่าเงินชดเชยเท่านั้นพนักงานหรือลูกจ้างสหกรณ์ซึ่งออกจากตำแหน่งเพราะตาย สหกรณ์จะจ่ายเงินบำเหน็จให้ทายาท
     ข้อ 43  สหกรณ์ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานและลูกจ้างของสหกรณ์ ซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้
(1)    ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดโดยเจตนาแก่สหกรณ์
(2)    จงใจทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย
(3)    ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการกระทำตามหรือคำสั่งอันชอบกฎหมายของสหกรณ์และสหกรณ
     ได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงสหกรณ์ไม่จำเป็นต้องตักเตือน
(4)    ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
(5)    ประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
(6)    ได้รับโทษจำคุก ตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
     ข้อ 44  เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายเงินบำเหน็จ และค่าชดเชยแก่พนักงาน และลูกจ้างของสหกรณ์ให้สหกรณ์ตั้งเงินสำรองจ่ายเงินบำเหน็จ และค่าชดเชย ไว้ตัดจ่ายประจำปี ตามจำนวนที่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควร
     ข้อ 45  ภาษีเงินได้อันพึงชำระตามกฎหมาย ให้ผู้รับเงินชดเชยและเงินบำเหน็จเป็นผู้จ่ายทั้งสิ้น